วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554
10 อันดับภูเขาที่สวยที่สุดในโลก

อยู่ในเขตแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย แนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,126 เมตร (26,660 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล
8. ยอดเขามานาสลู Manaslu

อยู่ในเขตประเทศเนปาล แนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,156 เมตร (26,758 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล
7. ยอดเขาดาอูลากิรี Daulagiri

อยู่ในเขตประเทศเนปาล แนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,167 เมตร (26,795 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล
6. ยอดเขาโช โอยู Cho Oyu

อยู่ในเขตพรมแดนรอยต่อระหว่างจีน-เนปาล แนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,201 เมตร (26,906 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล
5. ยอดเขามาคาลู Makalu
อยู่ในเขตพรมแดนประเทศจีน-เนปาล แนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,481 เมตร (27,824 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล
4. ยอดเขาลอห์ตเซ่ Lhotse

อยู่ในเขตพรมแดนจีน-เนปาล แนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,516 เมตร (27,939 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล
3. ยอดเขาคานเชนจุงก้า Kanchenjunga

อยู่ในเขตพรมแดนอินเดีย-เนปาล แนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,598 เมตร (28,208 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล
2. ยอดเขา K2 หรือยอดเขากอดวิน อัสเตน Godwin Austen

อยู่ในเขตพรมแดนของแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ กับ ประเทศจีน แนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,611 เมตร (28,251 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล
1. ยอดเขาเอเวอร์เรสต์ Everest

ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก คงเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว อยู่ในเขตพรมแดนประเทศเนปาล-จีน แนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,848 เมตร
(29,035 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล แต่ปัจจุบัน เนื่องจากภาวะโลกร้อน ยอดเขาเอเวอร์เรสต์ จะเตี้ยลงปีละ เกือบ 1 ซม.
เกล็ดความรู้เกียวกับคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์คืออะไร
คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ (electrinic device) ที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการจัดการกับข้อมูลที่อาจเป็นได้ ทั้งตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนความหมายในสิ่งต่าง ๆ โดยคุณสมบัติที่สำคัญของคอมพิวเตอร์คือการที่สามารถกำหนดชุดคำสั่งล่วงหน้าหรือโปรแกรมได้ (programmable) นั่นคือคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับชุดคำสั่งที่เลือกมาใช้งาน ทำให้สามารถนำคอมพิวเตอร์ไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างกว้างขวาง เช่น ใช้ในการตรวจคลื่นความถี่ของหัวใจ การฝาก - ถอนเงินในธนาคาร การตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ เป็นต้น ข้อดีของคอมพิวเตอร์ คือ เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธภาพ มีความถูกต้อง และมีความรวดเร็ว
อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นงานชนิดใดก็ตาม เครื่องคอมพิวเตอร์จะมีวงจรการทำงานพื้นฐาน 4 อย่าง (IPOS cycle) คือ
รับข้อมูล (Input) เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการรับข้อมูลจากหน่วยรับข้อมูล (input unit) เช่น คีบอร์ด หรือ เมาส์ ประมวลผล (Processing) เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการประมวลผลกับข้อมูล เพื่อแปลงให้อยู่ในรูปอื่นตามที่ต้องการ แสดงผล (Output) เครื่องคอมพิวเตอร์จะให้ผลลัพธ์จากการประมวลผลออกมายังหน่วยแสดงผลลัพธ์ (output unit) เช่น เครื่องพิมพ์ หรือจอภาพ เก็บข้อมูล (Storage) เครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการเก็บผลลัพธ์จากการประมวลผลไว้ในหน่วยเก็บข้อมูล เพื่อให้สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ในอนาคต
แสดงขั้นตอนการทำงานพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
- คุณสมบัติของคอมพิวเตอร์
ปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่นิยมนำคอมพิวเตอร์มาใช้งานต่าง ๆ มากมาย ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่มักจะคิดว่าคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือที่สามารถทำงานได้สารพัด แต่ผู้ที่มีความรู้ทางคอมพิวเตอร์จะทราบว่า งานที่เหมาะกับการนำคอมพิวเตอร์มาใช้อย่างยิ่งคือการสร้าง สารสนเทศ ซึ่งสารสนเทศเหล่านั้นสามารถนำมาพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ ส่งผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือจัดเก็บไว้ใช้ในอนาคนก็ได้ เนื่องจากคอมพิวเตอร์จะมีคุณสมบัติต่าง ๆ คือ
- ความเร็ว (speed) คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันนี้สามารถทำงานได้ถึงร้อยล้านคำสั่งในหนึ่งวินาที
- ความเชื่อถือ (reliable) คอมพิวเตอร์ทุกวันนี้จะทำงานได้ทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่มีข้อผิดพลาด และไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
- ความถูกต้องแม่นยำ (accurate) วงจรคอมพิวเตอร์นั้นจะให้ผลของการคำนวณที่ถูกต้องเสมอหากผลของการคำนวณผิดจากที่ควรจะเป็น มักเกิดจากความผิดพลาดของโปรแกรมหรือข้อมูลที่เข้าสู่โปรแกรม
- เก็บข้อมูลจำนวนมาก ๆ ได้ (store massive amounts of information) ไมโครคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน จะมีที่เก็บข้อมูลสำรองที่มีความสูงมากกว่าหนึ่งพันล้านตัวอักษร และสำหรับระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่จะสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าหนึ่งล้าน ๆ ตัวอักษร
- ย้ายข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกทีหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว (move information) โดยใช้การติดต่อสื่อสารผ่านระบบ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถส่งพจนานุกรมหนึ่งเล่มในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ไกลคนซีกโลกได้ในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งวินาที ทำให้มีการเรียกเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมกันทั่วโลกในปัจจุบันว่า ทางด่วนสารสนเทศ (Information Superhighway)
ในแง่ลบก็มีไม่น้อย เช่น
- โรงงานผลิตอุปกรณ์ของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นต้องใช้สา
- รเคมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้เกิดมลพิษต่าง ๆ มากมาย
- ผู้ใช้อาจมีอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากการทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ เช่น อาจมีการปวดหลังไหล่ที่เกิดจากการนั่งอยู่หน้าเครื่องนาน ๆ หรืออาจเกิดอาการ Carpal Tunnel Syndrome (CTS) ซึ่งเป็นอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากเส้นประสาทบริเวณข้อมูลถูกกดทับเป็นเวลานาน ๆ โดยอาจเกิดจากการใช้คีย์บอร์ดหรือเมาส์ รวมทั้งอาจมีอันตรายจากรังสีออกมาจากจอคอมพิวเตอร์ด้วย
- ถ้าคอมพิวเตอร์ทำงานผิดพลาดในระบบที่มีความสำคัญมาก ๆ อาจเป็นอันตรายกับชีวิตมนุษย์ได้ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการจราจรทางอากาศ เป็นต้น
- ประเภทของคอมเครื่องคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ที่ใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน คือ ไมโครคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีการใช้งานกันมาก ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน ตลอดจนในสถานศึกษาต่างๆ ไมโครคอมพิวเตอร์เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็ก แต่มีประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงกว่าเครื่องขนาดใหญ่ในสมัยก่อนเสียอีก อย่างไรก็ดีแม้ว่าไมโครคอมพิวเตอร์จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการที่ทำไม่สามารถทำงานที่ใหญ่ และมีความซับซ้อนได้ เช่น งานของระบบธนาคารหรืออุตสาหกรรมซึ้งมีปริมาณมากและมีความซับซ้อนจะเป็นงานที่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่ทำงานได้ดีกว่าเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์
- องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 5 ส่วนด้วยกัน คือ ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Sofeware) บุคลากร (Peopleware) ข้อมูลและสารสนเทศ (Data/Information) และกระบวนการทำงาน (Procedure)
- วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์
ภาพร่าง 2 และ 3 มิติ
ภาพ ISOMETRIC เป็นภาพที่มองเห็นสัดส่วนใกล้และไกลออกไปมีขนาดเท่ากัน ลักษณะภาพเป็นภาพจริง สามารถวัดขนาดต่างๆของด้านความยาว ความกว้าง และความสูงได้ ภาพ ISOMETRIC ประกอบด้วย เส้นต่างๆดังนี้ เส้นแกนนอน เส้นแกนตั้งฉาก เส้นแกนเอียงซ้ายและแกนเอียงขวายกขึ้น ทำมุม ๓๐ องศาทั้งสองข้างกับเส้นแกนนอน
หลักการเขียนภาพ ISOMETRIC ลำดับงานเป็นขั้นตอนดังต่อไปนี้
ก่อนที่จะเขียนภาพ ISOMETRIC เราจำเป็นจะต้องเขียนเป็นภาพฉาย (ORTHOGRAPHIC PROJECTION) เสียก่อนเพื่อต้องการทราบความยาว ความกว้าง จากภาพด้านบน (TOP VIEW) ความยาวกับความสูง จากภาพด้านหน้า (FRONT VIEW) และความกว้าง หรือความหนากับความสูง จากภาพด้านข้าง (SIDE VIEW) การเขียนภาพ ISOMETRIC ขั้นแรกเริ่มเขียนด้วยการสร้างวัตถุกล่องสี่เหลี่ยม
การเขียนภาพ ISOMETRIC ประกอบด้วยแกนสามแกนทำมุมกัน ๑๒๐ องศา แกนแรกเขียนในแนวดิ่ง และแกนที่เหลือสองแกนเขียนไปทางซ้ายและขวา โดยทำมุม ๓๐ องศากับเส้นแนวนอน งานเขียนแบบภาพสามมิติ โดยทั่วไปแล้วนิยมให้แกนด้านซ้ายมือเป็นภาพด้านหน้า แกนด้านขวามือเป็นภาพด้านข้าง และให้พิจารณาส่วนที่จัดให้เป็นภาพด้านหน้านั้นจะต้องไม่มีเส้นประแสดง เป็นด้านที่ดูแล้วสวยงาม สะดวกสบายในการอ่านแบบ


การเขียนภาพ ISOMETRIC แบ่งขั้นตอนการเขียนได้ ๕ ขั้นตอน ดังนี้
๑. รูป ISOMETRIC คือรูปที่เขียนขึ้นจากส่วนประกอบทั้งสามของวัตถุ คือ ส่วนกว้าง ส่วนยาว และส่วนสูงตามรูปลักษณะที่ปรากฏในภาพที่ (๑ ) คือมีเส้นแกนตั้งฉาก เส้นแกนเอียง จะทำมุมยกขึ้นเป็น ๓๐ องศาทั้งสองด้าน

๒. ถ้าเราต้องการจะเขียนกล่องรูปสี่เหลี่ยม ให้วัดความยาว ความกว้างของภาพฉายกล่องสี่เหลี่ยมใส่ลงไปทั้งสองด้าน การเขียนควรเขียนเส้นเบาๆทุกเส้น

๓. ให้ลากเส้นจากจุดที่วางวัดไว้ให้ตั้งฉากทั้งสามเส้น ขั้นต่อมาก็วัดขนาดส่วนสูง ของกล่อง หมายความว่า เส้นที่เป็นความสูงของกล่อง

๔. ให้ลากเส้นจากจุดที่เป็นส่วนสูงของกล่องทั้งสองด้าน ให้ขนานกันกับเส้นแกนเอียงซ้ายและเส้นแกนเอียงขวา คือจะต้องมีมุมเป็น ๓๐ องศา เช่นเดียวกัน

๕. ลากเส้นทั้งสองด้านตัดกัน โดยใช้ฉากสามเหลี่ยมที่มีมุม 30 องศา ด้วยเส้นเบาๆก่อน แล้วจึงลงเส้นหนักทีหลัง
ส่วนเส้นที่ประนั้นก็ควรเขียนเช่นกัน แต่เส้นที่เราไม่สามารถมองเห็นนั้นก็ควรใช้เส้นประ การประเส้นควรประให้เส้นมีความห่างเท่ากัน เส้นเสมอกันโดยตลอด และควรต้องเป็นเส้นที่เบาบาง และเส้นคมที่สุด

หลักการเขียนภาพ ISOMETRIC ลำดับงานเป็นขั้นตอนดังต่อไปนี้
ก่อนที่จะเขียนภาพ ISOMETRIC เราจำเป็นจะต้องเขียนเป็นภาพฉาย (ORTHOGRAPHIC PROJECTION) เสียก่อนเพื่อต้องการทราบความยาว ความกว้าง จากภาพด้านบน (TOP VIEW) ความยาวกับความสูง จากภาพด้านหน้า (FRONT VIEW) และความกว้าง หรือความหนากับความสูง จากภาพด้านข้าง (SIDE VIEW) การเขียนภาพ ISOMETRIC ขั้นแรกเริ่มเขียนด้วยการสร้างวัตถุกล่องสี่เหลี่ยม
การเขียนภาพ ISOMETRIC ประกอบด้วยแกนสามแกนทำมุมกัน ๑๒๐ องศา แกนแรกเขียนในแนวดิ่ง และแกนที่เหลือสองแกนเขียนไปทางซ้ายและขวา โดยทำมุม ๓๐ องศากับเส้นแนวนอน งานเขียนแบบภาพสามมิติ โดยทั่วไปแล้วนิยมให้แกนด้านซ้ายมือเป็นภาพด้านหน้า แกนด้านขวามือเป็นภาพด้านข้าง และให้พิจารณาส่วนที่จัดให้เป็นภาพด้านหน้านั้นจะต้องไม่มีเส้นประแสดง เป็นด้านที่ดูแล้วสวยงาม สะดวกสบายในการอ่านแบบ


การเขียนภาพ ISOMETRIC แบ่งขั้นตอนการเขียนได้ ๕ ขั้นตอน ดังนี้
๑. รูป ISOMETRIC คือรูปที่เขียนขึ้นจากส่วนประกอบทั้งสามของวัตถุ คือ ส่วนกว้าง ส่วนยาว และส่วนสูงตามรูปลักษณะที่ปรากฏในภาพที่ (๑ ) คือมีเส้นแกนตั้งฉาก เส้นแกนเอียง จะทำมุมยกขึ้นเป็น ๓๐ องศาทั้งสองด้าน

๒. ถ้าเราต้องการจะเขียนกล่องรูปสี่เหลี่ยม ให้วัดความยาว ความกว้างของภาพฉายกล่องสี่เหลี่ยมใส่ลงไปทั้งสองด้าน การเขียนควรเขียนเส้นเบาๆทุกเส้น

๓. ให้ลากเส้นจากจุดที่วางวัดไว้ให้ตั้งฉากทั้งสามเส้น ขั้นต่อมาก็วัดขนาดส่วนสูง ของกล่อง หมายความว่า เส้นที่เป็นความสูงของกล่อง

๔. ให้ลากเส้นจากจุดที่เป็นส่วนสูงของกล่องทั้งสองด้าน ให้ขนานกันกับเส้นแกนเอียงซ้ายและเส้นแกนเอียงขวา คือจะต้องมีมุมเป็น ๓๐ องศา เช่นเดียวกัน

๕. ลากเส้นทั้งสองด้านตัดกัน โดยใช้ฉากสามเหลี่ยมที่มีมุม 30 องศา ด้วยเส้นเบาๆก่อน แล้วจึงลงเส้นหนักทีหลัง
ส่วนเส้นที่ประนั้นก็ควรเขียนเช่นกัน แต่เส้นที่เราไม่สามารถมองเห็นนั้นก็ควรใช้เส้นประ การประเส้นควรประให้เส้นมีความห่างเท่ากัน เส้นเสมอกันโดยตลอด และควรต้องเป็นเส้นที่เบาบาง และเส้นคมที่สุด

สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

